|
รมว.แรงงานแจงผู้ประกอบการ ถึงมาตรการเพื่อคงสภาพการจ้าง |
|
เขียนโดย กองบรรณาธิการ
|
|
วันอังคารที่ 13 กรกฏาคม 2010 เวลา 15:11 น. |
|

รม ว.แรงงานชี้รัฐและทุกภาคส่วนต้องร่วมฝ่าวิกฤตศก. – รับฟังข้อคัดค้านการลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แต่บอร์ด สปส. ก็ทบทวนแล้วถึงสองครั้ง ส่วนกระแสคัดค้านที่มีถือเป็นเรื่องปกติ ขอให้ดูที่เจตนาการลดเงินสมทบ เพราะมิเช่นนั้นทุกฝ่ายจะไปไม่รอด การลดเงินสมทบจะทำให้ศก.โดยรวมอยู่ได้
เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะได้เดินทางไปยังสำนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงให้ความรู้งานประกันสังคมแก่นาย จ้างนิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งบรรยายพิเศษเรื่อง "กระทรวงแรงงานกับการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ" ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมและสื่อมวลชนได้รับฟังและตอบสอบถาม แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และเสนอแนะเกี่ยวกับการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม การดำเนินงานของกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน ของสำนักงานประกันสังคม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมมีภารกิจดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประกันตนจำนวน ๙.๑๙ ล้านคน ในสถานประกอบกิจการ ๓๘๖,๙๓๑ แห่ง และทุกฝ่ายได้รับความยากลำบากจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ กระทรวงแรงงาน จึงดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและผู้ประกันตน อาทิ การเร่งรัด ดูแล การจ่ายสิทธิประโยชน์ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน การขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่าง งานจากไม่เกิน ๑๘๐ วัน เป็นไม่เกิน ๒๔๐ วัน ซึ่งอยู่อยู่ในขั้นตอนการออกกฎกระทรวงแล้ว
นอกจากนี้ในเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมเล็งเห็นว่า หากสามารถช่วยให้สถานประกอบกิจการและผู้ประกันตนลดภาระค่าใช้จ่ายในการส่ง เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในอัตราที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนฯ มากนัก ขณะเดียวกันก็คงสิทธิประโยชน์ไว้เท่าเดิมทุกประการ และจะช่วยให้สถานประกอบกิจการมีเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่อง จึงขอร้องให้ช่วยคงสภาพการจ้างงานลูกจ้างไว้ เปรียบเสมือน "กบจำศีล" รอวันเศรษฐกิจดีขึ้นจากการช่วยกันแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งนี้ในอนาคตไม่นาน ซึ่งเมื่อประเทศต่างๆ มีกำลังซื้อเราก็พร้อมที่จะขายเพราะเราสามารถผลิตสินค้าได้ เพียงแต่ต้องแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ในด้านราคาและอื่นๆ ในขณะเดียวกันมาตรการนี้ก็จะทำให้ผู้ประกันตนมีเงินเหลือพอสำหรับจับจ่ายใช้ สอยในชีวิตประจำวันได้ จึงเสนอมาตรการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เหลือฝ่ายละ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง อัตรานี้ได้มีการทบทวนโดยคณะกรรมการประกันสังคมจากเดิมที่เคยให้ส่งสมทบฝ่าย ละ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ และคงไม่พิจารณาทบทวนอีก เพราะได้กลั่นกรองหลายรอบแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่ต้องขับเคลื่อนอะไรออกมาเป็นการช่วยลดภาวะจากหนักให้เป็นเบา ได้แน่นอน
ที่มา:ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงแรงงาน
|