| สัพเพเหระ...ของคนทำงาน |
| วันพุธที่ 14 กรกฏาคม 2010 เวลา 10:23 น. |
|
ตอนที่ 1 เริ่มต้นชีวิตการทำงาน สมัยเรียนตั้งแต่เริ่มสตาร์ทความรู้ เอาความรู้จากบทเรียนต่างๆ เข้าสู่ระบบสมองนั้น ชั้นเรียนชั้นแรกมักจะเป็นชั้นอนุบาล หรืออายุเข้าเกณฑ์การศึกษาก็จะเป็นชั้นระดับประถม มัธยมต้น ในระดับชั้นนี้จะต่อยอดการศึกษาไปได้ทั้งสายวิชาชีพและสายสามัญ คือ ปวช. มัธยมปลาย จนกระทั่งระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นระดับที่เป็นความฝันของบรรดาพ่อ แม่ ญาติโกโหติกาทั้งหลายทั้งปวง แม้กระทั่งตัวเจ้าของปริญญาที่จะรับปริญญาเอง ซึ่งในวันนั้นจัดเป็นวันแห่งครอบครัวอีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่เด็กน้อย ก้าวจากวัยรุ่นสู่วัยทำงาน เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงช่วงหนึ่งของชีวิต ถึงแม้นว่าจะจบมาแล้วก็ตาม หลายๆ ครั้งที่สร้างความสับสนกับชีวิตของบัณฑิตใหม่กับคำถาม "จบไปแล้วจะทำอะไรดี ทำที่ไหน" มันอาจสร้างความเครียดให้กับหลายๆ คน แต่บางคนช่างโชคดีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบทีเดียว เรียนจบก็ได้งานดีๆทำ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ เมื่อจะต้องเปรียบเทียบกับพวกที่จะต้องเดินหางานแล้วหางานอีก จะทำอย่างไรดีหล่ะในโลกของการแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ แต่! จำไว้ไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่มนุษย์ทำไม่ได้ จงท่องสุภาษิตนี้ไว้ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" และก่อนที่จะเริ่มต้นทำอะไรให้จำให้ขึ้นใจไว้ว่า "ชีวิต คือ การต่อสู้" จะได้มีกำลังใจมากขึ้น และย้ำบอกกับตัวเองว่า "ฉัน" ไม่ได้ Born to be คือ ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ ทุกอย่างเกิดจากพรแสวงต่างหาก จะได้ตั้งใจและพยายามในการปฏิบัติตนมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปพึ่งพระ พึ่งเจ้า พึ่งดวง ขอให้พึ่งตัวเอง หากตัวตนของตนเองไม่ดีจริง ถึงจะได้งานก็ไม่สามารถทำงานได้ดี ในทางกลับกันหากเรามีตัวตนของตนเองที่ดี ย่อมสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี เพราะในการทำงานจะต้องอาศัยหลายสิ่งหลายอย่างเกื้อหนุนกันอย่างลงตัว ดังนั้นจะทำอย่างไรในการเริ่มต้นในการหางานทำ เพราะฉะนั้นในการเตรียมความพร้อมในการหางานทำ ควรเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมและสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับผู้ที่พบ เห็นหรือสัมภาษณ์ สิ่งที่จะขอแนะนำเป็นสิ่งแรก ก็คือ "รู้จักตัวเอง" ก่อน จะต้องรู้ว่าตัวเองชอบทำงานแบบไหน บางคนอาจจะเถียงว่า เดี๋ยวนี้ไม่สามารถเลือกงานที่ตัวเองชอบได้หรอก? มันก็จริงอย่างที่เถียงนั่นแหละ เพราะบางคนเรียนมาตั้งเยอะ ก็ไม่ได้ตรงตามที่ตัวเองเรียนมา อย่างเพื่อนผู้เขียนนั้นจบทางด้านวิศวกรรม ใครๆ ก็คิดว่าเพื่อนคนนี้จะต้องเป็นวิศวกรแน่นอน 100 % เพราะเรียนเก่ง แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งการมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศก็เป็นอีกลักษณะหนึ่ง เมื่อศึกษาจบเขาได้ทำงานเกี่ยวกับทางด้านวิศวกรรมได้สักพักใหญ่ ก็ออกจากการทำงาน เพื่อค้นหาธุรกิจที่ตนเองชอบและอยากทำ ได้พยายามทดลองทำหลายอย่าง จนกระทั่งสามารถค้นพบความต้องของตัวเองจึงผันตัวเองไปเป็นเจ้าของธุรกิจทาง ด้านบริการ Service Business จนประสบความสำเร็จ เพราะในการเลือกงานที่ให้เหมาะกับตนเองนั้น ควรที่จะมีความชอบหรือสามารถทำได้ จะสามารถทำให้งานนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในองค์กรต่างๆ มักจะใช้กัน คือ Put the right man on the right job แต่ถ้าหากทำไปด้วยความฝืนใจเพราะคิดว่าไม่สามารถหางานใหม่ได้ หรือหางานที่ดีแบบนี้ได้อีก อย่างเช่น โดยปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ชอบทำงานเกี่ยวกับตัวเลข แต่จับพลัดจับพลู จะต้องไปทำงานที่จะต้องพบปะกับผู้คนจำนวนมากหรือต้องพูดคุยกับคนอยู่ตลอด เวลา สิ่งเหล่านี้แม้จะสามารถฝึกฝนได้ก็จริง แต่ถ้าหากไม่ชอบจริงๆ จะทำให้งานที่รับผิดชอบจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่สามารถทำได้ ก็ควรจะต้องปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เหมาะกับงาน เพราะฉะนั้นจะต้องตอบความรู้สึกของตนเองให้ได้ก่อน จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะชีวิตการทำงานเป็นช่วงเวลาที่ยาวที่สุดของมนุษย์ หากเปรียบเทียบกับช่วงชีวิตทั้งหมดของคน โดยปกติทั่วไปมักจะเริ่มทำงานในช่วงเวลาอายุ 22 โดยประมาณ จนกระทั่งเกษียณอายุประมาณ 60 ปี คิดดูช่วงเวลาในการทำงานยาวนานมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นจะต้องเริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างมีชีวิตชีวา หรืออย่างทนทุกข์ทรมานก็คิดดูหล่ะกัน
|